Posted in Freeware

ShareX – จะภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหวก็ Capture ได้หมด

แก้ไขเพิ่มเติม ณ วันที่ 11 ต.ค.

เนื่องจากใช้งานอยู่ดีๆ ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีปุ่ม Scrolling Capture โผล่ขึ้นมา

ตื่นเต้นตกใจ! และหลังจากได้ลองใช้ดูแล้ว ก็พบว่ามันทำงานได้ดีในระดับนึงเลยทีเดียว!!

2015-10-11_11-24-05

Scrolling Capture นี้ จะช่วยให้เราสามารถ Capture ภาพของโปรแกรมที่มีความยาวมากเกินกว่าที่จะสามารถบนหน้าจอได้ทีเดียวหมด (คือต้อง Scroll Mouse เลื่อนดูเอานั่นเอง) ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บหรือหน้าโปรแกรมต่างๆ ก็ตาม เพิ่มความสะดวกในการจับภาพหน้าจอโปรแกรมได้อีกโขเลยทีเดียว

พอเราลองคลิ้กตรงนี้ แล้วไปเลือก Window ที่เราอยากจะ Capture ก็จะได้หน้า UI แบบนี้ขึ้นมา

ขออธิบายเพิ่มเติมสักนิดนึงด้วยรูปด้านล่างนี้ก่อน :
(ถ้าภาพไม่ชัด ให้กดคลิ้กที่รูปเพื่อดูขนาดเต็มครับ)

2015-10-11_11-25-45

ทีนี้ มาลองดูตัวอย่างการใช้งานกันครับ

ตัวอย่างที่ 1: Scrolling Capture บนหน้าต่าง File Explorer และ หน้าเว็บปรกติ

ตัวอย่างที่ 2 : Scrolling Capture บนหน้าเว็บที่มี Element บางอย่างที่ลอยตามไปด้วยระหว่างที่เรา Scroll

สำหรับหน้าเว็บบางหน้า ยกตัวอย่างเช่นเว็บของ ShareX เอง อาจจะมี Element ที่เป็น Static Objects ซึ่งไม่ว่าเราจะ Scroll ไปที่ไหน มันก็จะยังโชว์หราให้เราเห็นอยู่ดี ซึ่งตรงจุดนี้จะทำให้โปรแกรมงงเอาได้ ทำให้ภาพที่ออกมาไม่สมบูรณ์

สำหรับปัญหาแบบนี้ ให้เราลองเลือก Region ที่เป็นจุดสำคัญ แต่ไม่เห็น Static Objects เหล่านั้นแทน โดยใช้ปุ่ม Select custom region in window ก่อนที่จะกด Start capture ก็จะพอช่วยได้ครับ

ลองดูตัวอย่างจากวิดีโอนี้นะครับ (ในครึ่งแรกของวิดีโอ จะใช้วิธีปรกติเหมือนตัวอย่างที่ 1 ภาพที่ได้ออกมาจะไม่สมบูรณ์ และในส่วนครึ่งหลัง ใช้วิธีการเลือก Region ตามที่ได้อธิบายไว้ครับ)

ข้อมูลเพิ่มเติม: จาก Changlog นั้น จะเห็นว่า Scrolling Capture นี้ ถูกเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่น 10.3.0 ณ วันที่ 2 ต.ค. 2015 ที่ผ่านมา ถ้าใครยังไม่เห็นก็ให้ลอง Update ดูนะครับ


เผยแพร่ครั้งแรก ณ วันที่ 19 กันยายน 2558

สัปดาห์ก่อนหน้านี้ได้เขียนถึง Greenshot แล้วได้เกริ่นไว้ถึงโปรแกรมที่สามารถใช้จับภาพหน้าจอเพื่อออกมาเป็นไฟล์ Video หรือไฟล์ GIF ที่เคลื่อนไหวได้

โปรแกรมที่ว่า ชื่อว่า ShareX ครับ

โปรแกรมนี้อาจจะใช้งานยากสักนิดตอนเริ่มต้น อาจจะเพราะใส่ความสามารถมาเยอะมาก ตัวเลือกในเมนูก็เลยเยอะตามไปด้วย ทำให้อาจจะเกิดความสับสนงุนงงได้เล็กน้อย

แต่ขอบอกว่า ของที่ให้มาก็เจ๋งจริงๆ สิ่งที่เด่นชัดและทำได้มากกว่า Greenshot เลยก็คือการจับภาพเคลื่อนไหว

ภาพข้างล่างนี้คือสิ่งที่โปรแกรมนี้สามารถ Capture ได้:

ShareX_01


วิธีการใช้งาน

  1. โหลดโปรแกมจากหน้าเว็บไซต์ก่อน https://getsharex.com/
    (หรือถ้าไม่อยาก Install ก็สามารถโหลดแบบ Portable ได้จาก Link นี้ครับ)
  2. พอ Install เสร็จ เปิดโปรแกรมขึ้นมา จะเห็นหน้าตาแบบข้างล่าง (ถ้าไม่ขึ้น หรือเผลอปิดหน้าต่างนี้ไป ก็ไป Double Click ตรง Icon ที่อยู่ตรง System Tray เพื่อเปิดขึ้นมาใหม่ได้ครับ)
    ShareX_02
  3. มาตั้งค่าที่ After Capture tasks กันก่อน ว่าพอ Capture ภาพมาแล้ว อยากจะทำอะไรบ้าง
    อย่างกรณีของผม ปรกติผมจะทำแค่เปิดขึ้นมาแก้ไข ใส่ข้อความเล็กน้อย แล้วค่อยเอาภาพไปใช้ต่อเอง จึงติ๊กแค่อันเดียว (แต่ Option ที่มีให้เลือกจริงมีเยอะมาก จะ Upload หรือทำ actions อื่นๆ ต่อก็ได้)

ShareX_03

  1. เสร็จแล้วมาลอง Record หน้าจอกันดู ลองเลือกที่ Capture > Screen recording (GIF) ดูครับ
    ShareX_04
    ..
    หมายเหตุ
    : ในการเรียกใช้งาน Screen recording ครั้งแรก โปรแกรมจะขึ้นหน้าต่างอีกอันเพื่อบอกให้เราดาวน์โหลดไฟล์ที่ชื่ ffmpet.exe มาเพิ่ม ให้เราตอบ Yes บนหน้าต่างนี้ และรอจนกว่าไฟล์ ffmpeg.exe ถูกดาวน์โหลดจนเสร็จก่อน (ขนาดประมาณ 35 MB)

ShareX_05
ShareX_06
ลักษณะการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับการจับภาพหน้าจอ โดยเราจะต้องเลือก Region ทีต้องการจะอัดภาพ พออัดเสร็จแล้วก็กดที่ STOP

ShareX_07

หรือในกรณีที่บริเวณที่เราต้องการอัดภาพทั้งหน้าจอ การจะหยุดอัดภาพก็ทำได้โดยไปที่ System Tray แล้วกดตรงจุดกลมๆ สีแดงแทนครับ

ShareX_08

โปรแกรมจะประมวลผลเพื่อสร้างไฟล์ GIF ซักพัก พอเสร็จแล้วมันก็จะมาโผล่อยู่ในลิสต์ตามภาพครับ
– ถ้าเราคลิ้กที่ชื่อไฟล์ ก็จะมี Preview ขึ้นให้ที่ด้านขวา
– หากเราต้องการจะหยิบตัวไฟล์มาใช้ ก็ให้คลิ้กขวาที่ชื่อไฟล์ แล้วเลือก Open > Folder
ShareX_09

  1. หากเราต้องการจะอัดวิดีโอ ก็ให้เลือกเป็น Screen recording ธรรมดาแทน
    (พออัดเสร็จจะได้ออกมาเป็นไฟล์ .mp4)
    ShareX_10
  1. และถ้าหากเราต้องการจะอัดเสียงด้วย ก็ให้ไปที่ Task settings > Screen recorder > Scree recording options..
    ShareX_11แล้วเลือก Audio source ที่ต้องการ และปิดหน้านี้ไป
    ShareX_12
  1. นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นสำหรับการจับหน้าเว็บเพจทั้งหน้า โดยเลือก Capture> Webpage capture
    ShareX_13ใส่ URL, กด Capture, แล้วกด Copy เพื่อเอาภาพทั้งหน้าเว็บไปใช้ต่อได้เลย

ShareX_14

9. อีกอันที่น่าลองเล่นคือ Auto Capture..

ShareX_15
ที่สามารถตั้งเวลาได้ ว่าจะให้จับภาพหน้าจอ ทุกๆ กี่วินาที

ShareX_16

ข้อสังเกตเพิ่มเติม: ShareX ใช้ตัว Image Editor ของ Greenshot! ดังนั้นความสามารถในตัว Image Editor ก็จะคล้ายๆ ของ Greenshot เลยครับ
ShareX_17
อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ด้อยกว่า Greenshot ก็คือเรื่องการส่งภาพไปยังโปรแกรมจำพวก Word, Excel, PowerPoint ซึ่งในจุดนี้ก็แล้วแต่ลักษณะการใช้งานของเราแล้วล่ะครับ ถ้าชอบอัดภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอบ่อยๆ ก็ใช้ ShareX เป็นหลัก แต่ถ้าต้อง Capture แล้วส่งภาพไปยังโปรแกรม Word บ่อยๆ ก็ใช้ Greenshot โลด

Posted in Freeware

Greenshot : โปรแกรมจับภาพหน้าจอเจ๋งๆ อีกหนึ่งตัว

เชื่อว่าพนักงานออฟฟิศหลายๆ คน โดยเฉพาะในแผนก IT มีบ่อยครั้งที่ต้องทำการจับภาพหน้าจอของโปรแกรมต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อทำเป็นเอกสาร ส่งอีเมล์ ฯลฯ

Greenshot จะช่วยให้งานประเภทนี้ทำได้ง่ายขึ้นมาก (และลดความน่าเบื่อไปได้โข!)

จุดเด่นหลักๆ ของ Greenshot

  • สามารถตั้งค่า Output ได้หลายแบบ ว่าหลังจากสั่ง Capture แล้วจะให้ทำอะไรต่อ เช่น โยนไปไว้ใน Clipboard, Word, PowerPoint, หรือแม้กระทั่ง Upload ขึ้น Website หรือ Cloud อย่าง Picasa, PhotoBucket, Flickr, DropBox, Box เป็นต้น
  • มี Image Editor ที่มีฟังก์ชั่นค่อนข้างครอบคลุมการจัดการกับภาพหน้าจอ เช่น
    • เขียนคำบรรยายประกอบ
    • วาดรูปกล่อง วงกลม เส้น ลูกศร หรือ Balloon
    • ใส่ Counter (อันนี้เหมาะสำหรับการที่จะเขียนบรรยายแบบ Step-by-Step)
    • ใส่ Highlight ในจุดที่อยากจะเน้น
    • Crop/Rotate/Resize
  • ใช้งานง่ายโดยที่ลูกเล่นฟังก์ชั่นการใช้งานก็ค่อนข้างครบเครื่อง
  • เป็น Opensource (ซึ่งต่างจาก PicPick และ FastStone Capture 5.3 ที่เป็นแบบ Free for Personal Use เท่านั้น)

จุดด้อย

  • จับภาพเคลื่อนไหว/อัดเป็น Video ไม่ได้**
  • จับภาพ Scrolling Window ไม่ได้ (ตรงเป็นจุดที่ด้อยกว่า PicPick และ FastStone Capture 5.3)

**คราวหน้าจะพูดถึงโปรแกรมที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวแล้วทำเป็น Animated GIF หรือ video ได้อีกทีครับ


มาลองใช้งาน Greenshot กันเลยดีกว่า:

  1. Download program จากหน้าเว็บไซต์ของผู้พัฒนา http://getgreenshot.org/
    ..
  2. พอโหลดเสร็จแล้ว ก็ Run ตัวไฟล์ Installer เลยครับ (หรือถ้าไม่อยากลงโปรแกรม ก็สามารถดาวน์โหลด Portable Version ได้จาก : Link1, Link2)
    ..
  3. ระหว่างทาง เราจะเห็นหน้าหนึ่งขึ้นมาให้เลือกว่าจะลง Plug-ins ตัวไหนบ้าง ลองไล่ดูแล้วเลือกตามที่ใช้งานครับ แต่ถ้าไม่มั่นใจ อย่างน้อยก็เลือก Microsoft Office plug-in ครับ เพราะมีโอกาสสูงที่น่าจะได้ใช้กับโปรแกรมของ Microsoft Office (Word,PowerPoint,Excel)
    greenshot_001
  4. พอติดตั้งโปรแกรมเสร็จ เราจะเห็นหน้า Settings ขึ้นมา (ถ้าไม่มี ก็ให้ไปคลิ้กที่ Icon ของโปรแกรมที่ System Tray แล้วเลือก Preferences)
    • ในหน้า General นี้ ให้เราดูค่า Hotkeys ที่โปรแกรมตั้งค่ามาให้แต่ต้น ถ้ารู้สึกว่าอันไหนไม่ถนัดก็คลิ้กตรงช่อง Input Box แล้วกด Hotkeys ของเราเองได้เลยครับ ในกรณีของผม รู้สึกว่าปุ่ม Print Screen ที่โปรแกรมให้มามันกดยาก ก็เลยตั้งเป็น Ctrl+Shift+R กับ Ctrl+Alt+R แทน
      greenshot_003
    • ทีนี้มาดูที่แถบ Destination กันบ้าง ตรงนี้จะเป็นตัวเลือกว่า หลังจาก Capture ภาพแล้ว จะให้ทำอะไรต่อ อย่างกรณีของผม ส่วนใหญ่จะต้องทำการ Edit และ Annotate เพิ่มเติม จึงเลือกเป็น Open in image editor ไว้แบบในรูป
      greenshot_004
    • ตั้งค่าเสร็จแล้วก็กด OK เลย แล้วเดี๋ยวเรามาลองเล่นกันดู
      ..
  5. ให้คลิ้กที่ Greenshot Icon ที่ System Tray จะเห็น Action ในส่วนของการ Capture (และมี Hotkeys บอกด้วย) ลองเลือก Capture Region ดูครับ
    greenshot_005
    ..
  6. โปรแกรมจะให้เราเลือก Region ที่ต้องการจะจับภาพ
  7. หลังจากจับภาพเสร็จแล้ว ถ้าตั้งค่าไว้เหมือนผม โปรแกรมจะเอาภาพมาเปิดใน Image Editor จากตรงนี้ เราก็จัดการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาในภาพได้ตามใจ จากนั้น ก็สามารถเลือกได้ว่าจะ Save เป็นไฟล์, Copy To Clipboard (เพื่อไป Paste ในโปรแกรมอื่นต่อ), หรือส่งไปที่โปรแกรมอื่นตรงๆ เลย อย่างเช่น Word หรือ PowerPoint หรือจะ Upload ขึ้นพวก Website หรือ Cloud ก็ได้
    greenshot_workflows

หมายเหตุ:

  • ในที่นี้ผมไม่ได้ลง Plug-in สำหรับพวก Cloud ไว้ และไม่เคยต้องทำการ Upload ภาพขึ้น Website มาก่อนเลย จึงไม่มีตัวอย่างให้ดู ต้องขออภัยด้วยครับ – -“
  • ถึงแม้ว่าโปรแกรมนี้จะฟรี แต่หากใครอยากที่จะสนับสนุนผู้พัฒนา ก็สามารถ Donate ได้ผ่านทาง Link นี้ครับ
Posted in Freeware

ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่ กับ Space Sniffer

เวลา Harddisk เต็มทำยังไงดี?

ง่ายๆ… ก็ลบ หรือย้ายไฟล์ไปไว้ที่อื่นดิ

แต่บ่อยครั้งเราก็มักจะพบกับคำถามถัดไปว่า…

แล้วจะลบไฟล์ไหนดีล่ะ?

ไอ้พวกไฟล์ใหญ่ๆ ที่ทำให้ Harddisk เราเต็ม มันอยู่ที่ไหนบ้าง?

—-

คำถามนี้ตอบได้ง่ายๆ โดยการใช้ Space Sniffer ช่วย:

  1. Download Program จากหน้าเว็บไซต์ของผู้พัฒนา
    ..
  2. แตกไฟล์ แล้ว Run โปรแกรม SpaceSniffer.exe ได้เลย… ไม่ต้อง Install
    จะเห็นหน้าตาโปรแกรมแบบนี้ครับSpaceSniffer_001
    ..
  3. ให้เลือก Drive (หรือใส่ Path ตรง Input Box ข้างล่าง) แล้วกด Start

Space Sniffer จะทำการ Scan Drive หรือ Path นั้นๆ ให้ และโชว์เป็นภาพกล่องสี่เหลี่ยมย่อยๆ แทน File หรือ Folder ต่าง โดยขนาดของสี่เหลี่ยมนั้นเป็นตัวบ่งบอกถึงขนาด (Filesize) กล่าวคือ กล่องยิ่งใหญ่เท่าไหร่ แสดงว่านั่นแหละคือตัวปัญหาที่กินที่ใน Harddisk เราไปมากกว่าชาวบ้านชาวช่อง

*ถ้าหากภาพไม่ชัด ให้คลิ้กที่รูป เพื่อเข้าดูในไซส์ปกตินะครับ

SpaceSniffer_002

จากตรงนี้:

  • หาก Click ดูตรงแต่ละกล่อง ก็จะเห็นรายละเอียดข้างใน ว่ามีไฟล์ย่อยๆ อะไรบ้าง
  • หาก Double Click ก็จะเป็นการ Zoom เข้าไปในรายละเอียดของ Folder นั้นๆ โดยถ้าจะกลับออกมาก็ใช้ปุ่ม Back SpaceSniffer_003 ที่ด้านบน
  • หาก Click ขวาที่โฟลเดอร์ แล้วเลือก Open จะเป็นการเปิดดูโฟลเดอร์ด้วย Windows File Explorer

นอกจากนี้ เรายังสามารถ Filter เอาจากลักษณะเฉพาะของไฟล์ได้อีกด้วย เช่น:

  • เฉพาะไฟล์รูปนามสกุล .jpg เท่านั้น : *.jpg
  • เฉพาะไฟล์ที่เก่าเกิน 6 เดือน: > 6 months
  • เฉพาะไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 20 MB : >20MB
  • เฉพาะไฟล์อยู่ใต้โฟลเดอร์ที่ชื่อ temp : \temp

โดยหากเราต้องการใช้หลาย conditions ก็ให้ใช้เครื่องหมาย semicolon ‘;’ คั่นระหว่าง conditions
ตัวอย่างเช่น หากผมต้องการ Filter เฉพาะไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 20 MB และอยู่ภายใต้ Folder ที่ชื่อ Temp เท่านั้น ก็พิมพ์ conditions ลงไปที่ช่อง Filter แล้วกด Enter

SpaceSniffer_004

พอพบไฟล์เจ้าปัญหาที่กินพื้นที่ใน Harddisk เราแล้ว ก็จัดการลบหรือ ย้ายไปไว้ใน Cloud หรือ External Harddisk ได้เลย

คำเตือน: File บางตัวอาจจะเป็น System Files ที่หากลบทิ้งแล้ว ระบบอาจจะเสียหายได้ ดังนั้น หากไม่มั่นใจว่าไฟล์นั้นมีไว้ทำอะไรก็อย่าไปลบมันนะครับ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือหาข้อมูลให้ดีก่อนเสมอ

Posted in Freeware

หาอะไรก็เจอใน 3 วินาที – Everything

ในการทำงานกับคอมพิวเตอร์นั้น สิ่งหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือการใช้งานไฟล์ต่างๆ

พอทำงานไปนานๆ ไฟล์เยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นเรื่องปรกติที่จะหาไฟล์ไม่เจอ

ก็ต้อง Search เอา….

บางทีหาแป๊บเดียวก็เจอ

แต่บางครั้งใช้เวลาเป็นหลายนาทีเลยก็มี

จนพอเจอไฟล์…

…ก็ลืมไปแล้วว่าตะกี้ตั้งใจจะทำอะไรกับมัน!!

วันนี้ผมขอพูดถึงโปรแกรมฟรีดีๆ อีกสักตัว (ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมถือว่าเป็น Must Have Item เลย) …

Everything

ต้องขอโม้ตามรูป Cover ก่อนว่า หากเราลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ Softpedia.org (ซึ่งเป็นเหมือนสารานุกรมของซอฟท์แวร์) โปรแกรมนี้จะได้รับ Rating อยู่ที่ 4.9 เต็ม 5 จากผู้ใช้กว่า 400 คน! (1,2)

มันดียังไง?

  1. หาไฟล์บนเครื่องได้เร็วมาก… พิมพ์ปุ๊บเจอปั๊บ!
  2. สามารถค้นหาได้โดยการพิมพ์แค่บางส่วนของชื่อไฟล์ ไม่จำเป็นต้องจำชื่อไฟล์เด๊ะๆ เอาแค่ว่าพอจะมีความทรงจำหลงเหลืออยู่บ้าง เดี๋ยวก็เจอ
  3. โปรแกรมทำการ Update รายการไฟล์แบบรีลไทม์  (Real-time updating) เรียกได้ว่า ณ วินาทีที่ไฟล์นั้นๆ ถูกสร้าง ชื่อไฟล์ก็ถูก Indexed และสามารถค้นหาได้ทันทีเลย (ซึ่งตรงนี้เป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญที่ต่างจาก Search ของ Windows ซึ่งต้องใช้เวลาในการ Index ประมาณนึงก่อน)
  4. พอเจอไฟล์ที่ต้องการ เราสามารถ Action กับไฟล์โดยตรงได้เลย ไม่ว่าจะเปิดไฟล์, Copy, ลบ, หรือเก็บ Full Path ของไฟล์นั้นๆ เป็นต้น
  5. ขนาดของโปรแกรมค่อนข้างเล็ก และใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยมาก (CPU / RAM)

การใช้งาน

  1. ขั้นแรก ให้ไป Download โปรแกรมจากหน้าเว็บไซต์ของผู้พัฒนามาก่อน : http://www.voidtools.com/

ตรงนี้ จะมีหลายแบบให้เลือก ไม่ต้องตกใจนะครับ ถ้าไม่มั่นใจว่าควรจะใช้อันไหน ให้เลือกโหลดอันแรกได้เลย ตามหลักแล้วจะสามารถใช้งานได้กับ Windows ทุกเครื่อง แต่ถ้าอยากเลือกให้เหมาะกับระบบปฏิบัติการหรืออยากได้แบบ Portable (คือไม่ต้อง Install) ก็ให้เลือกอันที่เป็นแบบ Portable ตรงที่วงสีชมพูไว้ครับ
02

  1. พอดาวน์โหลดมาเสร็จปุ๊บ ก็ทำการ Run เพื่อ Install ได้เลย มี Option บางอย่างให้เลือกระหว่างทางตามรสนิยมผู้ใช้ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ Next อย่างเดียวจนเสร็จได้เลยครับ

**ข้อควรระวัง/จำ** จริงๆ แล้ว เวลาเราจะลงโปรแกรม อะไรก็ตาม ควรอ่านในแต่ละ Step ให้ถี่ถ้วนก่อน เพราะบางโปรแกรม โดยเฉพาะโปรแกรมฟรีๆ อาจจะมี Adware แฝงมา แต่ให้เลือกได้ระหว่างตอน Install ว่าจะลงด้วยหรือไม่ โดยส่วนใหญ่ที่เจอก็มักจะตั้งค่า Default มาว่าให้ลงให้ด้วยเลย ซึ่งจะก่อความรำคาญให้เราได้ในภายหลัง

  1. ให้รันโปรแกรมขึ้นมา จะเจอหน้าโปรแกรมอย่างรูปด้านล่างนี้ครับ แล้วลอง Search หาไฟล์ในเครื่องคุณดูได้เลย!03
  2. ถ้าใช้แล้วติดใจ แนะนำให้ไปที่ Tools>Options แล้ว:
    04

    1. เลือกที่ General จาก Panel ด้านซ้าย แล้วติ๊กถูกที่ช่อง Start Everything on system startup
    2. เลือกที่ Keyboard จาก Panel ด้านซ้าย แล้วตั้งค่า Toggle Window Hotkey ที่เราถนัด เพื่อเรียกโปรแกรมขึ้นมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

 05 06

ต่อจากนี้ไป อยากจะหาไฟล์อะไรก็ตาม แค่ไม่กี่วินาทีก็เจอและ Take Action ได้ทันที

อีกลักษณะการใช้งานหนึ่งที่ผมทำ คือ บางทีผมรู้ว่ามีการดาวน์โหลดไฟล์บางอย่างที่เรารู้แค่ชื่อ แต่ไม่รู้ว่าไฟล์จะไปถูกจัดเก็บอยู่ที่ไหน เช่นไฟล์จำพวก Internet Temporary Files หรือ Cache ไฟล์ต่างๆ ก็ใช้โปรแกรมนี้นี่แหละครับ พิมพ์ชื่อรอไว้เลย พอไฟล์ถูกดาวน์โหลดมาไว้ที่เครื่องแล้วก็จะโชว์ขึ้นมา และเข้าไปหยิบมาใช้งานได้ทันที

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  1. โปรแกรมนี้ทำงานได้กับ File Storage ที่เป็น NTFS เท่านั้น (ซึ่งจะไม่เวิร์คกับไฟล์บน Flash Drive ซึ่งมักจะถูกฟอร์แมทเป็น FAT)
  2. อาจจะไม่เหมาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ใช้งานร่วมกันหลาย Users เพราะอาจจะมองเห็นไฟล์ข้าม Users กันได้ (เรื่องของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว) อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia
  3. ค้นหาได้ด้วยชื่อไฟล์เท่านั้น ไม่สามารถค้นหาด้วยเนื้อหาข้างในของไฟล์ได้ (เช่น คำต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในไฟล์เอกสาร Words Document)
Posted in Freeware, None

พิมพ์ผิด พิมพ์ซ้ำ พิมพ์ยาก – TyperTask ช่วยได้

เคยส่งเมล์ไปแล้วมาพบว่าตัวเองพิมพ์ผิดแบบไม่น่าให้อภัยกันบ้างไหมครับ?

ผมเคยพิมพ์ชื่อคนผิดครับ…

ชื่อตัวผมเองนี่แหละ!!

โคตรอายเลย…

…..

นอกจากปัญหาพิมพ์ผิดแล้ว อีกข้อนึงคือที่น่าเบื่อคือการต้องพิมพ์คำเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ

โดยเฉพาะชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อคนหรือชื่อสินค้า ซึ่งมักจะเป็นอะไรที่ยาวๆ และสะกดยากกว่าคำทั่วๆ ไปเสียด้วย

…..

สำหรับใครที่มีปัญหาคล้ายๆ กันนี้… อยากขอแนะนำให้ลองใช้โปรแกรมตัวนึงดูนะครับ

TyperTask

TyperTask เป็น Freeware เล็กๆ ตัวหนึ่ง ที่ใช้งานง่ายมาก ไม่ต้อง Setup และใช้เวลาตั้งค่าแค่ไม่ถึงนาที ก็พร้อมใช้งานทันที

มาดูวิธีใช้คร่าวๆ กันครับ

  1. เข้าไปที่หน้าเว็บของผู้พัฒนาซอฟท์แวร์ (vTaskStudio) แล้วดาวน์โหลดตัวโปรแกรมมาก่อน จะได้ไฟล์ชื่อ TyperTask.exe มา 1 ไฟล์
    typertask_download_link
    .
  2. เอาไฟล์ไปวางไว้ซักที่ ที่คิดว่าเราจะไม่ไปเผลอลบทิ้งแน่นอน แนะนำว่าสร้าง Folder แยกเพิ่มให้อีกสักชั้นก็ดีครับ เพราะหลังจากใช้งานโปรแกรมแล้ว มันจะมีไฟล์อีก 2 ไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมา… เช่น D:\Software\TyperTask\
    .
  3. รันโปรแกรมขึ้นมา จะพบหน้าตาแบบด้านล่างนี้ครับ

ที่เห็นวงสีแดงซึ่งเป็นส่วนที่มีเครื่องหมาย ‘;’ เป็นตัวแรกในบรรทัดนั้น เป็นการบอกวิธีใช้งานเบื้องต้นคร่าวๆ ตรงนี้ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันครับ

และสำหรับส่วนที่เป็นวงสีน้ำเงินด้านล่าง คือส่วนสำคัญที่เราจะต้องมาตั้งค่าก่อนใช้กันดูครับ

001

…..

จากตัวอย่างที่ให้มาบรรทัดแรก (ในส่วนสีน้ำเงิน)

hth=Hope this helps!

ตรงนี้หมายความว่า ถ้าคุณพิมพ์ตัวอักษรสามตัว “hth” ที่อยู่ด้านซ้ายของเครื่องหมายเท่ากับ (=)

โปรแกรมมันก็จะแปลงให้เป็นคำว่า “Hope this helps!’ ให้เองโดยอัตโนมัติ

ทีนี้ ถ้าคุณอยากได้ชื่อเต็มตัวเองก็ง่ายๆ ครับ ด้านฝั่งซ้าย(ของเครื่องหมาย ‘=’) ก็เปลี่ยนเป็นตัวอักษรย่อสองตัว เช่นชื่อผม “Kacharuk Marukpitak” ผมก็ย่อเหลือ “km”

อย่างไรก็ตาม ถ้าย่อเหลือแค่ 2 ตัวแบบนี้ก็อาจจะมีความเสี่ยงที่วันหนึ่งโปรแกรมมันอาจจะทำงานโดยบังเอิญได้ หากสองตัวอักษรมันดันไปโผล่อยู่ในคำที่เราจะพิมพ์พอดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าตัวย่อคือ ‘pa’ โปรแกรมมันก็จะทำงานหากคุณพิมพ์คำว่า part  ซึ่งก็จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ทันที

ในกรณีนี้ ทริคที่ผมใช้ก็คือการเคาะเว้นวรรค (Space Bar) 2 ครั้งต่อท้าย ซึ่งปรกติจะไม่เกิดกรณีนี้ระหว่างพิมพ์คำหรือประโยคต่างๆ

ดูตัวอย่างได้จากรูปตัวอย่างนี้ ผมต้องการให้โปรแกรมช่วยพิมพ์ชื่อให้ผมก็ต่อเมื่อ ผมพิมพ์ว่า ‘km’ ต่อด้วยการเคาะ Space Bar เพื่อเว้นวรรค 2 ครั้ง

002_01

จากนั้นให้ไปที่ File > Save แล้วกดปุ่มเครื่องหมายลบที่มุมบนด้านขวามือเพื่อย่อโปรแกรมลงไปที่ System Tray ครับ (อย่าเผลอไปกด x เพื่อออกจากโปรแกรมนะครับ!)

003

จากนั้นก็ลองไปเปิดโปรแกรม Notepad แล้วลองพิมพ์ตามที่เราได้ไว้ตั้งค่าดู…

k…. m… เว้นวรรค… เว้นวรรค

Accio˜!!

กดแป้นพิมพ์ 4 ครั้ง ได้ผลลัพธ์เหมือนกดไปกว่า 20 ครั้ง!

003_01

ทีนี้ถ้าอยากจะแก้ไขหรือเพิ่มเติมคำเมื่อไหร่ ก็ให้เปิดโปรแกรมจากตรง System Tray ขึ้นมาแก้ได้ตามสะดวก

003_02

ถ้าใช้แล้วติดใจ สามารถตั้งให้โปรแกรมมันเริ่มทำงานเองทุกครั้ง โดยไปเลือกที่ Options แล้วกดติ๊กtตรง Auto-start at Login ได้เลย

004

…..

…ของแถมเพิ่มเติม…

ลองดูตัวอย่างอีก 3 บรรทัดที่เหลือนะครับ

005_01

จะเห็นว่า สำหรับปุ่มที่ไม่ใช่ตัวอักษร เราก็สามารถใช้ได้เช่นกัน โดยให้ใส่ไว้ในเครื่องหมายปีกกา เช่น ถ้าต้องการปุ่ม Enter ก็ให้ใช้ {enter}

ดังนั้น สำหรับการตั้งค่าในบรรทัดนี้

mysig=Best Regards,{enter}-Bob Smith

หมายความว่า หากเราพิมพ์ว่า “mysig” ก็จะได้ผลลัพธ์แบบนี้ครับ

Best Regards,
Bob Smith

นอกจากนี้แล้ว เรายังสามารถใช้ให้ตั้ง Shortcut Keys เพื่อช่วยเรียกโปรแกรมหรือหน้าเว็บได้อีกด้วย เช่น

{Control}{Shift}{Alt}G=RUN: http://www.google.com

หมายความว่า ถ้าเรากด Ctrl + Shift + Alt + G มันก็จะเปิดหน้าเว็บไซต์ Google ให้

…..

…สบายสิ้นดี…

 

หมายเหตุ: โปรแกรมนี้ไม่รองรับภาษาไทยนะครับ